TH | EN | CH

 

เข่าโก่ง หรือ ขาโก่ง และ เข่ากาง หรือ ขากาง ในเด็ก ตอนที่ 1/2

13/11/2015 23:53 (อ่าน: 7419)

พิมพ์บทความนี้

ปัญหาเด็กเข่าโก่งหรือขาโก่ง หรือ เข่ากาง หรือ ขากางเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย ซึ่งมีทั้งที่โก่ง กางแบบธรรมชาติ สามารถหายโก่ง หายกางได้เอง โดยไม่ต้องรักษา รูปร่างเข่าจะกลับมาตรงเองเมื่ออายุมากขึ้น แต่ก็มีที่เข่าโก่ง หรือกางมากและเป็นถาวรจนกระทั้งเข้าสู่วัยรุ่น ก่อก็ให้เกิดความไม่สวยงาม

                          เข่าโก่ง หรือ ขาโก่ง  และ เข่ากาง หรือ ขากาง ในเด็ก  ตอนที่ 1

                          

 

 

                                                                   

                                                           

อย่างไรเรียกขาโก่ง หรือ เข่าโก่ง ขากาง หรือ เข่ากาง

 

เข่าโก่งหรือ ขาโก่ง หมายถึง   เวลาเรายืนตรง รูปร่างของขาสองข้างจะมีลักษณะโก่งออกเป็นรูปตัวโอ (O)โดยช่องว่างของเข่าสองข้างจะมากกว่า ช่องว่างของข้อเท้า โดยลูกบอลลูกเล็กๆสามารถวิ่งรอดได้ระหว่างขาได้เลยครับ

 

                                  

 

       เข่ากาง หรือ ขากางหมายถึง   เวลาเรายืนตรง รูปร่างของขาสองข้างจะมีลักษณะเข่าชนกัน โดยเมื่อพิจารณาดูรูปร่างทั้งขาจะเหมือนตัว เอ็กซ์(X)

 

 

รูปร่างเข่าที่ผิดปกติของเด็กจะมีผลเสียมั้ย?   

 

                                 

 

                                       ปัญหาเด็กเข่าโก่งหรือขาโก่ง  หรือ เข่ากาง หรือ ขากางเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย ซึ่งมีทั้งที่โก่ง  กางแบบธรรมชาติ สามารถหายโก่ง  หายกางได้เอง โดยไม่ต้องรักษา รูปร่างเข่าจะกลับมาตรงเองเมื่ออายุมากขึ้น    แต่ก็มีที่เข่าโก่ง หรือกางมากและเป็นถาวรจนกระทั้งเข้าสู่วัยรุ่น  ก่อก็ให้เกิดความไม่สวยงาม  ใส่กางเกงขาสั้น กระโปรงสั้น  หรือ กางเกงรัดรูปก็จะเห็นรูปร่างที่ผิดปกติได้ชัด  ถ้ามีปัจจัยลบเสริมในด้านอื่นๆ เช่น น้ำหนักเกิน กล้ามเนื้อหัวเข่าอ่อนแอก็จะทำให้ปวดเข่าง่าย      อาจทำให้มีเข่าเสื่อมก่อนวัยอันควร และเร็วกว่าปกติ           การดูแลและรักษาเข่าโก่งหรือ ขาโก่ง  เข่ากาง หรือ ขากาง    ตั้งแต่วัยเด็ก   จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากต่อการเจริญเติบโตและรูปร่างของขาหรือเข่าครับ

 

การเปลี่ยนแปลงของรูปร่างของขา หรือเข่าสองข้างในเด็กที่กำลังเจริญเติบโต

                          

 

 

                   รูปร่างของขา หรือเข่าของเด็กนั้นไม่คงที่ตั้งแต่เด็กเกิดมาครับ   จากการศึกษา  เราพบว่า  เด็กแรกเกิดขาหรือเข่าจะมีรูปร่างที่โก่ง  ไม่ตรงก่อนครับ  โดยเด็กแรกคลอดจะมีเข่าโก่งมากที่สุด         มีมุมระหว่างกระดูกต้นขา  และหน้าแข้ง (Tibiofemoral Angle)ที่เราเรียกว่า  มุมเข่าโก่งในบางคนมากถึง 15 องศา    แต่ข่าวดีก็คือ มุมเข่าโก่งนี้จะค่อยๆลดลงเมื่อเด็กค่อยๆโตขึ้น

                จนเมื่อเด็กอายุราว  2  ปี  รูปร่างของขา หรือ เข่าก็จะดูตรงเป็นธรรมชาติ   แต่เดี๋ยวก่อนครับ  รูปร่างของขาเด็กยังไม่หยุดเปลี่ยนแปลงแค่นั้น     เพราะหลังจาก 2ขวบ  ขาหรือเข่าของเด็กก็จะเริ่มกางขึ้น  โดยจะค่อยๆกางออกมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเต็มที่เมื่อเด็กมีอายุราว 3 ขวบ โดยบางคนอาจจะมีมุมเข่ากางมากเท่ากับมุมเข่าโก่งตอนแรกคลอดก็ได้ครับคือ  ที่ประมาณ 12-13 องศา

               สุดท้ายเมื่อเด็กโตขึ้นอีกหน่อย  รูปร่างของขา หรือเข่าเข่าที่กางนี้จะค่อยๆลดลง  กางน้อยลงเหลือไม่กี่องศาในช่วง   6-7  ปี จนมองเห็นเหมือนขาเด็ก หรือเข่าเด็กจะมีรูปร่างตรงอีกครั้งหนึ่ง  และขาหรือเข่าจะมีรูปร่างกางเล็กน้อยคงที่แบบนั้นจนกระทั่งเข้าสู่วัยผู้ใหญ่  ก่อนจะเริ่มมีเข่าโก่งอีกที ก็อาจจะมีอายุมากถึง 70 ปีไปแล้วเนื่องจากเป็นข้อเข่าเสื่อมครับ     

 

                                   

 

                พ่อ แม่เด็ก ตลอดจนญาติผู้ใหญ่ที่มาช่วยเลี้ยงเด็กแทนพ่อแม่ยุคใหม่บางคนที่ไม่มีเวลา   เมื่อเห็นลูกเข่าโก่ง หรือ ขาโก่ง  หรือ ขากาง เข่ากาง โดยที่ไม่ทราบพัฒนาการจากที่อธิบายดังกล่าวก็อาจจะมีความกังวล กังวลว่า  บุตรหลานของตัวเองที่มีรูปร่างขาที่งอผิดปกตินี้ถาวร ไม่ยอมหาย  และจะเป็นมากขึ้น       

            ผมขอแนะนำให้จับหลักง่ายๆตรงนี้ครับ   ดูที่อายุเด็กก่อนนะครับ  ถ้าไม่ถึง 2 ปี รูปร่างเข่าที่โก่งนั้นอาจจะเป็นรูปร่างที่ปกติได้       แต่ ถ้าเด็ก อายุเกิน  2  ปี หรือใกล้ 2 ปี  ยังดูเข่าโก่งมากอยู่ ก็ต้องรีบไปพบแพทย์เป็นการด่วนครับ

 

                                   

 

 

                  ถ้าอายุเกิน  2-3 ปี  เด็กมีรูปร่างขา หรือเข่าที่กางออกมากๆก็ยังไม่ต้องกังวล  รออีก ปี สองปี รูปร่างขาก็อาจจะกลับมาตรงขึ้น  กางน้อยลงแล้วรูปร่างขาก็จะกลับมาปกติได้

 

 

 ไม่แน่ใจว่าลูกตัวเองรูปร่างขาปกติหรือไม่?

                   แต่สำหรับคนที่ไม่แน่ใจก็มีวิธีง่ายกว่านั้นครับ  คือ     พาเด็กไปพบคุณหมอกระดูกด้านนี้  และก็ต้องขอร้องไว้อย่างหนึ่งครับ    พยายามอย่าไปขู่เด็กเวลาที่เด็กดื้อนะครับ ว่าเดี๋ยวให้หมอฉีดยา เพราะเด็กจะกลัวหมอมากจน  หมอตรวจเด็กไม่ได้ แตะต้องตัวไม่ได้เลย ซึ่งจะทำให้ได้ข้อมูลจากการตรวจน้อยลง

 

ทำไม ? รูปร่างของเด็กถึงมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

 

                              

 

  มีการอธิบายหลายทฤษฎีครับ   เช่น   

          ทฤษฎีของแรงกดที่ตัวสร้างความยาวกระดูกหน้าแข้ง    ในเด็กแรกคลอดทุกคนจะมีเข่าโก่งก่อน  พอเริ่มจะหัดเดินในช่วงแรกที่ลงน้ำหนักเดินนั้น     รูปร่างของเข่าก็จะโค่งออกด้านนอก  ยิ่งเวลาเดินก็จะเห็นชัดมากขึ้น  เพราะเข่าข้างเดียวจะต้องรับน้ำหนักทั้งตัว ทำให้ฐานของฝ่าเท้าทั้งสองข้างจะแคบลงครับ  การเดินของเด็กก็จะไม่มั่นคง  ดังนั้นในเด็กที่เริ่มจะหัดเดินใหม่  จึงพยายามเดินกางขาให้ระยะห่างของฝ่าเท้ากว้างๆ  นัยว่าจะทำให้ มั่นคงกว่า  ไม่ล้มง่าย  ส่งผลให้แรงกดที่จุดที่สร้างความยาวกระดูกของขาด้านข้างมากกว่าด้านใน   ทำให้จุดที่การสร้างกระดูกเข่า และขาให้ยาวขึ้นด้านในที่ไม่ถูกกดมากมีความอิสระมากกว่าสามารถสร้างความยาวได้ดีกว่า    แน่นอนครับ  ย่อมส่งผลให้มีรูปร่างของเข่าและขากางออกมากขึ้นเรื่อยๆ จนอายุ 2 ปี  รูปร่างทั้งขาก็จะดูตรง  และหลังจากอายุ 2 ปี  การสร้างความยาวของจุดที่สร้างยังคงเป็นแบบนี้อยู่อีกสักระยะเวลาหนึ่ง  จึงส่งผลให้เข่า และขาเด็กเริ่มเข่ากางมากขึ้นเรื่อยๆจนถึงอายุ 4 ปี

 

                      

 

                       จนการสร้างความยาวของจุดที่สร้างของสองฝั่งของเข่าสมดุลกัน  ตลอดจนกล้ามเนื้อของขาที่ใช้ในการเดินพัฒนามากขึ้น  รูปร่างเข่าที่กางก็จะค่อยลดลงและ หลังอายุ 6-7 ปีมุมของหัวเข่าก็จะมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก     แต่พออายุ 25 ปี ถ้า ดูแลสุขภาพเข่าไม่ดีพอ   มนุษย์ก็จะมีเข่าโก่งเพิ่มขึ้นและถ้าไม่ดูแลรักษา จนอายุมากขึ้น   ก็อาจจะส่งผลทำให้มีเข่าโก่งก่อนวัย และมีอาการปวดเข่าง่าย   เข่าเสื่อมง่ายได้ครับ

 

         

 

               อีกทฤษฎีหนึ่ง เป็นเรื่องของแรงดึงของกล้ามเนื้อขาทั้งด้านในและด้านนอก เป็นทฤษฎีจากหมอกระดูกเด็กที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นอาจารย์ของผู้เขียนเอง   โดยปัจจุบันท่านได้เกษียณตัวเองในการทำงานไปแล้ว(รองศาสตราจารย์ นพ.ไพรัช  ประสงค์จีน)    ท่านเชื่อในช่วงที่เด็กเริ่มหัดเดินใหม่ๆ  จะพยายามกางขาทั้งสองข้างให้ฐานของฝ่าเท้ากว้างขึ้นเพื่อความมั่นคง   การทำแบบนั้นย่อมส่งผลทำให้กล้ามเนื้อที่ใช้ในการเดินด้านนอกออกแรงดึงกระดูกหัว  เข่ามากกว่า กล้ามเนื้อขาและเข่าด้านใน ขณะที่เด็กกำลังยกขาออกก้าวเดิน และลงน้ำหนักเหยียบพื้นแต่ละข้าง จนทำให้เข่ากางออกมากขึ้นเรื่อยๆครับ 

 

           พ่อแม่ของเด็ก ตลอดจนญาติผู้ใหญ่ที่มีความกังวล ว่า เด็กตัวน้อยๆ  จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เข่าโก่งหรือไม่ก็อาจจะจำเป็นที่ต้องพาเด็กมาให้หมอตรวจครับ   โดยคุณหมอก็ตรวจสอบอายุ   มีการวัดมุมของหัวเข่า  ดูการเดินของเด็ก และอาจตรวจอย่างอื่นเพิ่มเติม  บางคนก็จำเป็นต้อง X rayเพื่อดูรูปร่างของส่วนที่สร้างความยาวกระดูก  ว่ามีความผิดปกติหรือไม่   โดยเฉพาะในเด็กที่มีอายุเกิน 2  ปีไปแล้วที่เข่ายังโก่งอยู่  และอาจจะต้องมีการนัดตรวจทุก 6  เดือน  จนกว่าเด็กจะมีรูปร่างของเข่าที่ปกติตามเกณฑ์ของอายุครับ

         ในบางรายที่เป็นโรคเข่าโก่งตั้งแต่เล็กๆซึ่งมักจะเป็นในเด็กบางเชื้อชาติ และน้ำหนักตัวมากๆ ก็จำเป็นต้องแก้ไขตั้งแต่เนิ่นๆครับ   อย่าไปรอนานเกินไป  เพราะจะไม่ทันการ

 

      ติดตาม  เข่าโก่ง และเข่ากางในเด็ก   ตอนที่ สอง   วิธีการรักษา ครับ

                                                                                                                                                                                                                                                                                   

                                    

                                                                                                                                                           

                                                                                   

 

                                                                                                             นพ.สมศักดิ์ เหล่าวัฒนา

                                                                                                            ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ

 

                                                                  

 

 

 

 

 

             

ผู้เขียน

บทความอื่นๆ จากผู้เขียน

บทความที่น่าสนใจ