TH | EN | CH

 

การส่องกล้องจิ๋วที่เคลื่อนไหวได้รักษาโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนกดทับเส้นประสาทด้วยเลเซอร์(SELD)

15/08/2015 08:18 (อ่าน: 4081)

พิมพ์บทความนี้

 

           การส่องกล้องขนาดเล็กจิ๋วเคลื่อนไหวได้รักษาโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนกดทับเส้นประสาทด้วยเลเซอร์ ( Trans Sacral Epidural Laser Decompression : SELD)

   

                                                                                            

 

 

                 

                                             เรียบเรียงมาจากการบรรยาย ทางวิชาการงานประชุม ASIAN Minimal Invasive Spine Surgery 2015 at Dusit Pattaya Hotel

                                           

                               การรักษาโรคหมอนกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาทหลังวิธีใหม่  ซึ่งอาศัยเทคโนโลยี่ของ เลเซอร์และกล้องขนาดเล็กจิ๋วเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 1 มมสอดใส่เข้าสู่ช่องไขประสาทหลัง เพื่อรักษาโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนกดทับเส้นประสาท   เป็นวิทยาการสมัยใหม่ในการรักษาโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทหลังที่ช่วยทำให้ผู้ป่วยที่กลัวการผ่าตัดขนาดใหญ่  กลัวเจ็บแผล  กลัวการกระทบกระเทือนจากการเปิดผ่าตัด   ได้มีทางเลือกอีกทางเลือกหนึ่งครับ

                                  ซึ่งถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพของวิธีนี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น  คงจะเหมือนกับว่า    มีหนูหนึ่งตัวซ่อนตัวอยู่ภายในฝ้าเพดานบ้านที่สวยงามของเรา  ก่อให้เกิดความรำคาญต่อเจ้าของบ้านเวลาที่มันเคลื่อนไหว   เราก็คงจะไม่รื้อฝ้าออกทั้งหมดเพียงเพื่อเล่นเกมไล่จับหนูตัวเดียว    แต่ถ้ามีเครื่องมือพิเศษ เพียงเจาะช่องเล็กๆที่สามารถใส่สายเข้าไปควานหา  แล้วจับตัวหนูน้อย ออกมาได้  และไม่ไปทำให้ฝ้าเพดานที่สวยงามส่วนใหญ่พังลงมา  เราก็คงจะเลือกวิธีนี้มากกว่า    แม้ว่า  วิธีการแบบที่สองนั้นจะมีความยากลำบากกว่ามาก  แต่เป็นไปได้แล้วครับในปัจจุบันที่  วิทยาการและความรู้  ต่างก็ได้พัฒนาขึ้นอย่างมากมาย     

 

                                                          

 

                               เพราะการเปิดผ่าตัดในการรักษาโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนกดทับเส้นประสาทนั้น  ต้องเปิดแผลผ่านผิวหนัง  แหวกหรือตัดกล้ามเนื้อหลังเข้าไป  ตลอดจนต้องกรอหรือขลิบกระดูกสันหลังบางส่วนเพื่อที่จะเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดคือ  หมอนรองกระดูก    ซึ่งมีการถกเถียงกันมากมาย ว่าการทำอย่างนั้น  อาจจะรักษาโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนได้  แต่อาจจะก่อให้เกิดปัญหาหลายๆอย่างตามมา  เช่น ปัญหาทางโครงสร้างหลังที่ไม่แข็งแรง  

 

                                                         

                              ในหลายปีที่ผ่านมามานี้    จึงมีงานวิจัยที่รายงานผลการรักษาโรคทางกระดูกสันหลังด้วยวิธี ส่องกล้องเล็กจิ๋วที่เคลื่อนไหวได้(Fiber Optic Epiduroscope) มีมากขึ้น  โดยเฉพาะวิธี  Epiduroscope กับการใช้เลเซอร์   ทำให้การรักษาด้วยวิธีนี้เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

 

                   

 

                                                  

 

 

                  ทำไมการรักษาโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทหลังด้วยวิธีนี้จึงได้ผล  ทำให้ผู้ป่วยหายจากอาการปวดหลัง ปวดขา และหายจากอาการชาขาได้       

 

                                                 กลไกที่ทำให้อาการปวดหลัง  ปวดขาหายไปจากการทำ SELD  มีดังนี้ครับ

  1.อาการปวดที่หายไป  เพราะหมอนรองกระดูกที่ถูกเลเซอร์ยิงจะลดขนาดลงจนไม่กดทับเส้นประสาท  ซึ่งกลไกนี้ของ SELD ถือว่า  สำคัญมาก เพราะเป็นหลักการใหญ่ในการรักษาโรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาททั่วไป  เมื่อลดขนาดลง ก็ไม่มีการกดทับ  อาการปวดหลังและปวดขาจึงหายไป

 

                

 

                                                               

2.พังผืดที่เกิดขึ้นจากการอักเสบเพราะมีการกดทับ  เส้นประสาท อุดตันขวางทางเดินของเส้นเลือดแดงที่จะนำสารอาหารที่จำเป็นไปหล่อเลี้ยงเส้นประสาท  ด้วยกลไกลของการสอดสายไฟเบอร์( Mechanicallysis )  และการยิงเลเซอร์(  )จะทำให้พังผืดพวกนี้สลายลงไปทันทีเกิดช่องว่างและลดแรงดันในไขประสาททำให้การหมุนเวียนของสารอาหารที่ผ่านมาบริเวณนี้ดีขึ้น

3.ความร้อนที่เกิดขึ้นจากการยิงเลเซอร์ขนาดจิ๋วจะสลายไปอย่างรวดเร็วโดยไม่มีผลทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียงอื่น  แต่ทำให้เส้นประสาทฝอยๆเล็กที่นำความรูสึกปวด เจ็บบริเวณนี้สลายไป ซึ่งหลักการจะคล้ายการการยิงด้วย คลื่น Radiofraquency

4.สารอักเสบต่างๆที่สะสมอยู่ภายในช่องไขประสาทจะถูกชะล้างด้วย สารละลาย normal salineให้เจือจางและลดน้อยลง

 

                       

 

                                             ข้อบ่งชี้ที่สามารถใช้วิธี SELD เพื่อการรักษา

 

1.หมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท    มีอาการปวดหลัง ร้าวลงขา  มีอาการขาชา  บริเวณน่องด้านนอก

2.กลุ่มคนไข้ที่เคยผ่าตัดแล้วมีอาการขึ้นมาใหม่   เคยผ่าตัดรักษาหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนแล้วมีอาการที่ตำแหน่งเดิม

3.พังผืดกดทับเส้นประสาทหลัง

4.ใช้เพื่อการวินิจฉัย และนำชิ้นเนื้อออกมาตรวจ

 

                                                                               

                 

                                      แม้ว่า การรักษาแบบ SELD จะจัดอยู่ในกลุ่มการรักษาโรคกระดูกสันหลังแบบกระทบกระเทือนเนื้อเยื่อปกติน้อย  ( Minimal  Invasive spinal surgery ) วึ่งเป็นกลุ่มแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญการผ่าตัดหลังแบบแผลเล็ก กระทบกระเทือนเนื้อเยื่อน้อย แต่การรักษาแบบ SELD ยังจัดอยู่ในกลุ่มการรักษากระดูกสันหลังที่พิเศษไปมากกว่านั้น คือ กลุ่ม  High technology spinal surgery   เนื่องเพราะการรักษาแบบSELD ต้องใช้วิทยาการอุปกรณ์ที่ทันสมัยตัวใหม่หลายอย่างที่ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา

                                        

                                        

    

        

                                                                                เครื่องมือตัวใหม่ที่ใช้ในการรักษาแบบ SELD    ประกอบด้วย

         1.กล้องขนาดเล็กตัวใหม่ ซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กมาก เพียง 1 มมเท่านั้น  โดยทำเป็นสายยาวประมาณ 80 ซ ม.  และยังสามารถขยับ  เคลื่อนไหวไปมาได้( Flexible )ซึ่งต่างกล้องผ่าตัดที่ยังคงมีการใช้กันอยู่ในปัจจุบันที่เป็นท่อแข็งๆผRigid)เส้นผ่าศุนย์กลางใหญ่ถึง 8 ม ม.

                 

                   

 

     2.เลเซอร์ Holmium YAG เป็นเลเซอร์รุ่นใหม่ที่ให้พลังงานความร้อนส่งผ่านมาในลักษณะเป็นความถี่มีความสามารถที่จะไปตัดเนื้อเยื่อ  พร้อมทำให้เส้นเลือดหยุดไหล   การสลายเนื้อเยื่อด้วยเลเ๙อร์มีข้อดีเพิ่มตรงที่ไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง มีความแม่นยำสูง และสามารถดูดซึมสลายพลังงานได้รวดเร็วไม่มีความร้อนสะสมในเนื้อเยื่อที่ถูกจี้

 

                                                                  

 

                                           

3.สายcatheterที่ออกแบบมามีช่องเพื่อใส่ กล้อง และสายเลเซอร์  ซึ่งสาย fiber นี้จะมีลักษณะคล้ายกับสายfiber ที่การรักษาด้วย PEN ซึ่งเป็นการรักษาแบบ Intervention Spine Treatment หนึ่ง   แต่มีลักษณะแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย ตรงที่มีขนาดใหญ่ขึ้น1 ม ม.เท่านั้น.   ปลายสายสามารถควบคุมให้เคลื่อนไหวได้ สองทางคือ ซ้ายและขวาในหนึ่งระนาบ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญสามารถที่จะบังคับให้ปลายสายสามารถไปที่จุดไหนในช่องไขประสาทที่จุดใดก็ได้

 

                       

  

 

                                  ทางเข้าของสายนั้น  จะเป็นช่องกระดูกธรรมชาติที่อยู่เหนือก้นกบ   เป็นช่องทางเดียวกับที่ใส่สาย PEN ครับ  โดยเจาะผ่านผิวหนังเข้าไป  มีแผลที่ผิวหนังประมาณ 2-3 มม.

                                             

                                                                   

                                           

                                              เมื่อปลายสาย Catheter ถึงจุดที่หมอนรองกระดูกเคลื่อน  นูนออกมา  ภาพที่ปรากฎจะเป็นภาพ real time ของหมอนรองกระดูก  ทำให้สามารถจะวินิจฉัยและรักษาในคราวเดียวกันอย่างแม่นยำครับ

                                                                       

                                                                

   

    ขั้นตอนStep by step

                                  หลังจากที่จัดท่า    ให้ผู้ป่วยนอนคว่ำ(ซึ่งเป็นท่าเดียวกับการเปิดผ่าตัดหลัง)  ศัลยแพทย์จะทำการฉีดยาเฉพาะที่ในตำแหน่งที่จะสอดใส่สาย Catheter เข้าไป ซึ่งขั้นตอนนี้จะเหมือนกับการทำ PEN ทุกประการ  ขณะที่ฉีดยาชาจะมีความรู้สึกเจ็บเล็กน้อย และช่วงสั้นๆบริเวณที่ฉีดครับ

 

                                                                            

    

1.Identified    เป็นขั้นตอนในการดูภาพ  สภาพของหมอนรองกระดูก และสภาพภายในช่องไขประสาท

        

                     

2.Mechanicallysis  ขั้นตอนนี้จะเหมือนขั้นตอนการทำ PEN ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่ PEN ที่ทำให้ผู้ป่วยหายจากอาการปวดร้าวลงขา ปวดบั้นเอว  การทำ Mechnicallysis ผ่านกล้องจะทำให้เห็นภาพชัดเจนว่า  พังผืดที่เกาะและอุดตันช่องไขประสาทสลายไปมากน้อยเพียงใด

 

                                                                      

3.Shrinkage   เลเซอร์ที่ถูกยิงไปที่หมอนจะทำให้หมอนรองกระดูกที่มีขนาดใหญ่หดตัวลงไป ทำให้มีช่องว่างในช่องไขประสาทมากขึ้นไขประสาทจึงโล่งขึ้นไม่ถูกกด

4.Internal Decompression   คือการทำให้หมอนรองรองกระดูกที่เคลื่อนออกมาให้สลายหายไปด้วยเลเซอร์ครับ

          เทคนิคใหม่ที่ใชในการทำ SELD อาจจะเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด   เนื่องจากเป็นเทคนิค Minimal Invasive ที่คล้ายกับการทำ PEN จึงไม่จำเป็นต้องวางยาสลบ  เพียงใช้ยาชาเฉพาะที่เท่านั้นโดยมีหมอวิสัญญีช่วยควบคุมดูแลระหว่างการรักษา อีกทั้งแผลผ่าตัดที่มีขนาดเพียง 2-3 มม. จึงเย็บแผลด้วยไหมเส้นเล็กๆเพียง 1 เข็มเท่านั้น     หลังผ่าตัด ผู้ป่วยต้องนอนพักที่โรงพยาบาลหนึ่งวัน   โดยนอนพักฟื้นอยู่บนเตียงประมาณสองชั่วโมงหลังผ่าตัดและอนุญาติให้ลุกเข้าห้องน้ำได้หลังจากนั้น โดยสองถึงสามสัปดาห์หลังผ่าตัดไม่ควรทำงานหนักครับ

                                             

                                                       

                สำหรับแพทย์ผู้ที่จะทำ SELD นั้น  ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า   ควรจะเป็นแพทย์ผู้ที่เคยมีประสบการณ์การรักษาผู้ป่วยโรคกระดูกสันหลังด้วยวิธี PEN มาจำนวนหนึ่งก่อนก่อน (ดูวิธีการรักษาด้วย PEN ที่นี่)  เพราะเทคนิคและวิธีการรักษาของ PEN มีทุกส่วนที่เหมือนกัน เพียงแต่แตกต่างตรงที่เพิ่มกล้องและเลเซอร์เข้ามามีส่วนทำให้การรักษาโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

                                                                     

              อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยี่ และนวัตกรรมการรักษาด้วยการใช้กล้องจิ๋วและเลเซอร์นั้นไม่ใช่ว่า จะสามารถรักษาได้ทุกโรคทางด้านกระดูกสันหลัง   จำเป็นต้องมีการตรวจและวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียดก่อนว่าเหมาะสมที่จะใช้วิธีนี้เพียงใดครับ  อีกทั้งการใช้เทคโนโลยี่แบบนี้ก็จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นตามไปด้วยจึงต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าต่อการรักษาด้วย

                 และขั้นตอนการรักษาด้วยวิธีนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการรักษาหมอนรองกระดูกหลังเคลื่อนทับเส้นประสาทหลังของแพทย์ที่เชี่ยวชาญในการรักษาโรคทางกระดูกสันหลัง ซึ่งเมื่อผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นแล้ว ก็จำเป็นต้องมีการฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังชั้นในให้แข็งแรง  ตามโปรแกรม Active Core Back Muscle Training Excerciseที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะสอนให้ทำ และต้องทำอย่างเคร่งครัดติดต่อกันอีกสักระยะเวลาหนึ่ง  จึงจะทำให้การรักษามีประสิทธิภาพ  และครบถ้วนสมบูรณ์ครับ     

                                                                                                                                                      ด้วยความปรารถนาดี

                                                                                                                                                      นพ.สมศักดิ์ เหล่าวัฒนา

                                                                                                   ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ

 

                                       

   

                            

 

                                     

 

 

ผู้เขียน

บทความอื่นๆ จากผู้เขียน

บทความที่น่าสนใจ