TH | EN | CH

 

การผ่าตัดแก้ไข ขาโก่ง หรือ ข้อเข่าโก่ง(เสื่อม) ตอนที่ 1 "ข้อเสียของการมีเข่าโก่ง หรือ ขาโก่ง"

6/02/2013 11:27 (อ่าน: 20460)

พิมพ์บทความนี้

ตอน ข้อเสียของการมีขาโก่ง หรือ เข่าโก่ง ข้อเสียของการที่มีรูปร่างของข้อเข่าโก่งนั้น มีมากมาย ดังต่อไปนี้ 1.กระดูกอ่อนที่ผิวข้อด้านในอาจจะสึกเร็วกว่าปกติ น้ำหนักตัวที่กดลงมาข้อเข่าที่โก่ง จะไม่ถูกกระจายไปที่ผิวข้ออย่างที่ควรจะเป็นครับ แต่จะกระจุกตัวอยู่ที่ฝั่งด้านในของเข่าทั้งสองข้าง เมื่อแรงกระเทือนที่ข้อเข่าเกิดขึ้นซ้ำๆกันหลายๆหน(คนเราเดินเฉลี่ยวันละ 5000-8000 ก้าว)

                                  
 
 

เวลาที่คุณหมอทักผู้ป่วยที่มาหาด้วยเรื่องปวดเข่าว่า   ผู้ป่วยมีรูปร่างของเข่า ผิดปกติ  เข่าโก่งอย่างเห็นได้ชัด ผู้ป่วยอาจจะคิดแปลกใจ  ทั้งที่ตัวเองพึ่งผ่านวัยเบญจเพศมาได้ไม่กี่ปี  ทำไมเข่าจึงโก่งได้  บางคนก็โก่งมากจนเด็กตัวเล็กๆสามารถเดินลอดใต้หว่างขาได้เลยครับ
 ส่วนผู้ป่วยบางคนก็อาจจะพยายามหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองว่า เข่าโก่งมาตั้งแต่เป็นเด็กแล้ว   เวลาใส่ขาสั้นเล่นฟุตบอล เพื่อนๆก็มักจะชอบล้ออยู่เรื่อย    บางคนก็โทษบรรพบุรุษครับ ว่า เป็นเรื่องของกรรมพันธ์   ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย   เข่าก็โก่ง อย่างนี้มาตั้งนานแล้ว ไม่น่าจะมีผลเสียอะไรตามมา  แต่ในความเป็นจริงทางการแพทย์.....เข่าที่โก่งมากกว่าปกติ มีผลเสียครับ

 

 


 

 

 

ข้อเสียของการที่มีรูปร่างของข้อเข่าโก่งนั้น  มีดังต่อไปนี้

 


 
 

 

  1. กระดูกอ่อนที่ผิวข้อด้านในอาจจะสึกเร็วกว่าปกติ (Medial Compartment knee Joint Destruction)
    น้ำหนักตัวที่กดลงมาข้อเข่าที่โก่ง จะไม่ถูกกระจายไปที่ผิวข้ออย่างที่ควรจะเป็นครับ  แต่จะกระจุกตัวอยู่ที่ฝั่งด้านในของเข่าทั้งสองข้าง  เมื่อแรงกระเทือนที่ข้อเข่าเกิดขึ้นซ้ำๆกันหลายๆหน(คนเราเดินเฉลี่ยวันละ 5000-8000 ก้าว) 

    บวกกับปัจจัยเสี่ยงที่เจ้าของข้อเข่ามีอายุเพิ่มขึ้นทุกปี  แต่มีกล้ามเนื้อต้นขาที่อ่อนแอลงไป   กระดูกอ่อน(cartilage cell)ที่ผิวสัมผัสของข้อเข่าก็จะรับแรงกระเทือนนี้ต่อไปไม่ไหว   จนกระดูกอ่อน ฝั่งนี้สึกกร่อนมากขึ้นเรื่อยๆ  ข้อเข่าก็จะเอียง   แถมมีผลสมทบทำให้มุมเข่าโก่งแล้วเพิ่มมากขึ้นเข้าไปอีก แรงกดที่กระดูกอ่อนฝั่งด้านในจึงเพิ่มขึ้นทุกปีเป็นเงาตามตัว   เป็นวงจรแบบนี้ไม่รู้จบ  จนผู้ป่วยเริ่มมีอาการปวด บวมเข่าให้เห็น สุดท้ายจึงเริ่มมีอาการของโรคข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย(Knee Osteoarthritis in Young Adult)

 
             
2.การเสียเปรียบเชิงกลของกล้ามเนื้อข้อเข่า

เมื่อเปรียบเทียบกันในการเดินแต่ละก้าวของคนเรา    คนที่เข่าโก่งจะต้องออกแรงที่กล้ามเนื้อต้นขา(Quadriceps Muscle) ในการก้าวเดิน หรือ ก้าวขึ้นบันไดมากกว่าคนที่มีรูปร่างของเข่าตรงครับ ทางการแพทย์รู้มานานแล้วว่ากล้ามเนื้อต้นขามัดนี้มี่ความสำคัญต่อการเดินและต่อโรคข้อเข่าเสื่อมมาก

ถ้าแนวแรงในการดึงกระดูกบริเวณข้อเข่าของกล้ามเนื้ออยู่ในแนวตรง แรงต้านก็จะน้อยไม่ต้องใช้แรงมาก การยกขาก้าวเดินออกไปจึงทำได้ง่ายเหมือนไม่ได้ออกแรง      แต่ถ้าเข่าโก่ง ในการก้าวเดินแต่ละก้าว กล้ามเนื้อต้นขาจะต้องถูกใช้งานอย่างหนัก แรงเสียดสีที่เกิดลูกสะบ้ากดลงบนข้อเข่าเวลามีการเหยียดและงอเข่าจะมีเพิ่มมากขึ้น   นั่นจึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ที่คนเข่าโก่ง เดินไกลๆ นานๆ จะมีอาการเหนื่อยเร็วกว่า และมีอาการปวดรอบๆกระดูกสะบ้าในเวลากลางคืนครับ

    



   
 

 

 

3.คนที่ข้อเข่าโก่งจะมีโอกาสที่เอ็นเข่าด้านในอักเสบ ปวดเรื้อรังง่ายกว่า
แรงกระเทือนที่เกิดจากการเดินธรรมดา แต่ลงที่มาข้อเข่าจะถูกเคลื่อนจากกึ่งกลางข้อเข่ามากระจุกรวมตัวกันที่ด้านใน    แรงกระเทือนจุดนี้จึงมีมากกว่าปกติ   ทำให้อวัยวะในบริเวณนี้ถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง นอกจากจะมีผลทำให้เกิดความเสียหายที่กระดูกอ่อนตามข้อที่1แล้ว       ยังส่งผลทำให้เอ็นรอบๆเข่าอักเสบได้ง่าย  แต่หายยากครับ    บางคนจึงต้องทานยาแก้อักเสบ   แก้ปวด ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ ซึ่งก็อาจส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงของยาต่อร่างกายโดยไม่รู้ตัว เช่น เป็นโรคกระเพาะ หรือ ภาวะไตวาย 


 

 

4.ข้อต่อส่วนอื่นๆจะมีรูปร่างผิดปกติตามมา (Malalignments of other Joints)

 

 

ที่เห็นได้ชัดเวลาผู้ป่วยเข่าโก่งยืนตรงหันหน้าเข้าหากระจก เราจะเห็นรูปร่างของข้อเท้าที่ต้องบิดตัวกลับ รับกับข้อเข่าที่โก่งมากขึ้น ถ้าไม่มีการปรับตัวมุมของข้อเท้า ผู้ป่วยจะเดินไม่ถนัดครับ แต่การปรับตัวของมุมข้อเท้าแบบนี้ ไม่ใช่ของธรรมชาติครับ   เวลาเดินก็จะมีการกระเทือนข้อเท้ามากกว่าปกติ และเกิดปัญหา กระดูกข้อเท้าสึกและเสื่อมตามมา
รูปร่างของคนแตกต่างกันตามเชื้อชาติ   ช่วงขาของคนเอเซีย อาจจะเสียเปรียบคนยุโรป  ตรงที่โก่งกว่า  และสั้นกว่า     อย่างในประเทศญี่ปุ่น  หรือไทย เราจะเห็นผู้คนมากมาย หลายครั้งที่มีหน้าตาและรูปร่างส่วนบนสมส่วนดี  แต่เมื่อมองช่วงขา และเข่า ก็ต้องประหลาดใจ  ที่เห็นรูปร่างของเข่าที่โก่งและคด อย่างชัดเจน
 
  

 

 

  


    


หมายเหตุ :ภาพที่แสดงทั้งหมดเป็นภาพของผู้ป่วยของนพ.สมศักดิ์ เหล่าวัฒนาเป็นผู้เอื้อเฟื้อ ขอขอบคุณ ณทีนี้

 

รูปร่างของเข่าที่โก่งแต่ไม่ปวดแบบนี้ไม่ใช่โรคครับ  ไม่จำเป็นต้องรักษาอะไร  ยกเว้นว่า เจ้าของร่างกายมีความทุกข์ใจ ไม่พอใจรูปร่างของเข่าที่โก่งแบบนี้ จนไม่กล้าใส่กางเกง หรือกระโปรงขาสั้น ไม่กล้าใส่กางเกงยีนส์รัดรูป ตั้งแต่เริ่มเป็นหนุ่มสาว ก็อาจจะต้องหาวิธีแก้ไข ตามแบบที่บทความนี้จะได้กล่าวต่อไปครับ 

 

 

 

 

ดูบทความที่เกี่ยวข้อง

การผ่าตัดแก้ไข ขาโก่ง หรือ ข้อเข่าโก่ง(เสื่อม) ตอนที่ 1 "ข้อเสีย"

 

การผ่าตัดแก้ไข ขาโก่ง หรือ เข่าโก่ง(เสื่อม) ตอนที่ 2 "เมื่อไหร่ต้องผ่าตัด"
 
 
 
การผ่าตัดแก้ไขขาโก่ง หรือเข่าโก่ง(หรือเสื่อม) ตอนที่ 3 " วิธีผ่าตัดแก้ไขเข่าโก่ง หรือ ขาโก่ง แบบต่างๆ"
 
 
 

การผ่าตัดแก้ไข ขาโก่ง หรือเข่าโก่ง(เสื่อม) ตอนที่ 4 " การผ่าตัด ดัดเข่าด้วยเทคนิคใหม่ "

 

 
 
 

การผ่าตัดดัดเข่า เเก้ไขขาโก่ง หรือ เข่าโก่ง ตอนที่ 5 "การผ่าตัดดัดเข่าพร้อมกันสองข้างด้วยเทคนิคใหม่"

 

 

 

 

 

ตัวอย่างภาพผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดแก้ไขเข่าโก่งจากการผ่าตัดแบบ MHTO ทั้งสองข้างพร้อมกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผู้เขียน

บทความอื่นๆ จากผู้เขียน

บทความที่น่าสนใจ