TH | EN | CH

 

การฉีดPRP(Platelet Rich Plasma) รักษาโรคทางกระดูก เอ็น และกล้ามเนื้อ

20/06/2014 00:59 (อ่าน: 25461)

พิมพ์บทความนี้

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทางการแพทย์มีการกล่าวขวัญ การรักษาวิธีหนึ่งที่ทำให้อาการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อหายและฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว การรักษานั้น คือ การ ฉีด PRP เข้าสู่จุดที่มีการบาดเจ็บตามจุดต่างของร่างกายที่มีการบาดเจ็บครับ นักกีฬาระดับโลกหลายคนที่มีชื่อเสียงหลายคนรวมทั้ง อดีตนักกอล์ฟมือหนึ่งของโลกอย่าง Tiger Woods,และนักเทนนิสอย่าง Rafael Nadal, ต่างก็เคยได้รับการรักษาอาการบาดเจ็บของพวกเขา ด้วยการฉีด PRP ของตัวเองเข้าสู่จุดที่เกิดการบาดเจ็บ เช่น อาการบาดเจ็บจากกล้ามเนื้อฉีกขาดเฉียบพลัน หรือ อาการของเอ็นอักเสบเรื้อรัง ทั้งนี้ คนเหล่านี้ต่างก็เคยได้รับการรักษาด้วยวิธีอื่นๆมาแล้วเช่น การทานยา การทำกายภาพบำบัด หรือ แม้แต่ผ่าตัดแต่กลับไมได้ผลดังที่หวัง นักกีฬาหลายคน จึงมีความเชื่อว่า การ รักษาด้วยการฉีด PRP ทำให้พวกเขาหายจากการบาดเจ็บและพร้อมกลับมาแข่งขันเร็วขึ้นกว่าวิธีอื่นๆ

อะไรคือการฉีดPRP 

 

การฉีด PRP  หรือ Platelet rich plasma ถูกใช้ครั้งแรก ในปี 2530ในขณะที่มีการเปิดผ่าตัดหัวใจ    จนถึงปัจจุบันนี้ การรักษา โดยการฉีด PRP เป็นการรักษาที่มีความปลอดภัยสูง สามารถใช้ในการรักษาทางการแพทย์ได้หลายสาขา  เช่น สาขาเวชศาสตร์การกีฬา  สาขากระดูกและข้อ   สาขาด้านความสวยงาม ทางใบหน้า  สาขาทางด้านทางเดินปัสสาวะ และเนื่องจากว่าสารPRPนี้ยังสามารถกระตุ้นทำให้เซลต้นแบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

 ส่วนประกอบ ของ PRP: Platelet Rich Plasma

                        ในเลือดที่ดูดออกมาของคนเรา  ประกอบไปด้วย เม็ดเลือดแดง  เม็ดเลือดขาว  และเกร็ดเลือด   เกร็ดเลือดมีลักษณะเป็นเหมือนแผ่นเล็กๆที่มีอายุขัยเพียง 7-10 วัน  ภายในเกร็ดเลือด  ประกอบไปด้วยสารที่สำคัญต่อการแข็งตัวของเลือด และ  growth factor

                        ในขบวนการขั้นตอนการหายของแผล การซ่อมแซมของร่างกาย เกร็ดเลือดจะถูกกระตุ้นให้รวมตัวกันและปล่อยสารที่มีประโยชน์นี้กระตุ้นเกิดกระบวนการซ่อมแซม

                        ในเลือดจะประกอบ เกร็ดเลือดเพียง  6 %  แต่ขณะที่ PRP จะมีความเข้มข้นสูงกว่ามาก เพิ่มคุณสมบัติของเกร็ดเลือดต่อการซ่อมแซมร่างกายเหนือเกร็ดเลือดธรรมดา  ซึ่งการเตรียม PRPที่ถูกต้องเท่านั้น จึงจะได้PRPที่มีคุณภาพ และต้องเพิ่มความเข้มข้นให้สูงอย่างน้อย 4 เท่าจึงจะมีประสิทธิภาพสูง

        

                      PRP injection เป็นวิธีรักษาทางการแพทย์เทคนิคใหม่ เพื่อใช้ในการรักษาการบาดเจ็บของของระบบโครงสร้างของมนุษย์ (Musculoskeletal System)เช่น เอ็น กล้ามเนื้อ  กระดูก  กระดูกอ่อน  รวมทั้งในการรักษาด้านความงาม(Aesthetic Medicine )ที่มีการใช้ฉีดเข้าไปที่ใบหน้า เพื่อการมีผิวที่สวยงามมากขึ้น

                         ปัจจุบัน  การรักษาทางการแพทย์สมัยใหม่ที่มีความเกี่ยวข้องกับ PRP มีความก้าวหน้าไปอย่างมากครับ  โดยสามารถใช้รักษาโรคที่มีการบาดเจ็บของเอ็น  กล้ามเนื้อ และข้อต่อต่างๆ โดยทั่วไป มักต้องมีการฉีดสองครั้ง หรือมากกว่าโดยฉีดห่างกัน 4-6 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับการบาดเจ็บ

 

ความปลอดภัยของ การฉีด PlateletRich Plasma (PRP) Injections : Safety

ในปี 2011   ประกาศอย่างเป็นทางการว่า การฉีด PRP ในระบบโครงสร้างของร่างกายนักกีฬา ถือว่า  เป็นสิ่งที่ไม่ผิดกฎหมาย  และไม่จำเป็นต้องแจ้งคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาแต่อย่างใด   อย่างไรก็ดี  ถ้าท่านเป็นนักกีฬาที่เข้าแข่งขันควรจะตรวจสอบกฎข้อบังคับของWorld Anti-Doping Code (WADA) ในปีนั้นๆที่อาจจะมีการแก้ไข

 

ผลข้างเคียง Side Effects

เนื่องจากPlatelet rich plasma (PRP)ถูกเตรียมมาจากือดของคนที่จะถูกฉีดเองจึงไม่มีความเสี่ยงต่อการพัฒนาของเนื้อเยื่อไปเป็นเนื้องอกใดๆ

  ผลข้างเคียงมีน้อยมาก อย่างไรก็ดีเนื่องจาก เป็นเหมือนการฉีดยา  ผลข้างเคียงจึงมีเล็กน้อยเหมือนกัน เช่น   การติดเชื้อ การบาดเจ็บที่เส้นประสาท  เส้นเลือด การมีแผลเป็นในเนื้อเยื่อ หรือหินปูนสะสม   ในกรณีที่แพ้ยาชา  ถ้าการฉีด PRP แพทย์ใช้ยาชาก็อาจจะมีอาการแพ้ได้เช่นกัน
 .


ปวดมั้ย ตอนฉีด Is it painful?


เป็นเรื่องที่ปกติครับ ที่ท่านอาจจะรู้สึกเจ็บบ้างในขณะที่ฉีด PRP  .

paracetamol combined with codeine (e.g. Panadeine) แต่ถ้าอาการปวดรุนแรง และไม่ลดลงหลังฉีดท่านจะต้องติดต่อหมอที่ฉีด

 
 ข้อห้ามฉีด When you should not have PRP

 1.มีการติดเชื้อ

 2.เกร็ดเลือดต่ำ

 3.เป็นมะเร็ง

 4.คนท้อง หรือให้นมลูก

แจ้งแพทย์ทุกครั้ง  ถ้าท่านแพ้ยาชา

 

ยาที่ทานประจำอะไรบ้างที่ต้องหยุดก่อน Medications to avoid before PRP

ต้องหยุดกลุ่มยาแก้อักเสบก่อน 7-10 วัน   สามารถใช้ paracetamol ได้  

 

 

                                                การบาดเจ็บเอ็นที่ใดบ้างที่สามารถรักษาโดยวิธี PRP

•เอ็นอักเสบ ที่ข้อศอกด้านนอก-Tennis elbow (common extensor tendinosis)              

•เอ็นหน้าเข่าอักเสบ-Jumper’s knee (patellar tendinosis)                            

•เอ็นร้อยหวายอักเสบ-Achilles tendinosis

•รองช้ำ-Plantar fasciitis                                

•เอ็นอักเสบ ที่ข้อศอกด้านนอก-Tennis elbow (common extensor tendinosis)

•เอ็นอักเสบ ที่ข้อศอ                                  

•เอ็นอักเสบข้อพับเข่าด้านหลัง-Hamstring tendons

•เอ็นอักเสบขาหนีบ-Adductor tendons                                                            

•เอ็นอักเสบสะโพก-Gluteal tendons

 

                       การบาดเจ็บกล้ามเนื้อที่ใดบ้างที่สามารถรักษาโดยวิธี PRP

 

•กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง -Hamstring Muscle ซึ่งมักพบในนักกีฬาฟุตบอล

•กล้ามเนื้อน่อง-Calf

•กล้ามเนื้อต้นขาด้านนอก-Quadriceps

 

                                การรักษาส่วนอื่นๆโดยวิธี การฉีดPRP

 

•รองช้ำกระดูกสะโพกด้านนอก-Trochanteric bursitis

•เอ็นประคองเข่าด้านในฉีก-Knee MCL tears

•โรคข้อเข่าเสื่อม และอักเสบ- Knee osteoarthritis

•โรคข้อสะโพกเสื่อม และอักเสบ-Hip Osteoarthritis

•โรคกระดูกสันหลังส่วนคอ และเอวเสื่อม-Spondylosis

 

ทำไมการฉีดPlatelet Rich Plasma (PRP) จึงช่วยในการซ่อมแซมเอ็นที่ฉีกขาด

 

                    เอ็นประกอบไปด้วยเซลพิเศษที่เรียกว่า Tenocytes ซึ่งมีส่วนประกอบเป็นน้ำและเส้นใยโปรตีน (water and fibrous collagen protein ) เส้นในโปรตีนเหล่านี้มีการถักทอไปมาสร้างความแข็งแรง และยืดหยุ่นโดยวิ่งไปกระที่กระดูกอย่างแข็งแรง  เมื่อเกิดแรงดึงที่มากเกินไปจะทำให้เกิดการขาดเล็ก(Micro Tear)ในเส้นใยโปรตีนเหล่านี้  ซางการซ่อมแซมต้องอาศัยโดยอาศัยการสร้างเส้นใยแผลเป็นมาหุ้ม  แต่ทำให้ความสามารถทางด้านกำลังของเอ็นลดลง และดังนั้นจึงมีความเสี่ยงในการบาดเจ็บฉีกขาดซ้ำซ้อนถ้าเจ้าของร่างกายรักษาไม่ถูกต้อง  พักการใช้งานไม่นานพอ  เนื่องจากเอ็นเป็นส่วนที่มีเลือดมาเลี้ยงน้อยการซ่อมแซมจึงต้องใช้เวลานานกว่าส่วนอื่นๆที่เป็นเนื้อเยื่อของร่างกาย

 

                                      ทำไมบางคนเวลามีเอ็นอักเสบจึงหายช้า

 

                อย่างที่กล่าวข้างต้น เนื่องจากเอ็นมีเลือดมาเลี้ยงน้อย  การมีเลือดออกมาน้อยทำให้ขบวนการซ่อมแซมเกิดน้อยมากเกิดสภาพเสื่อมถอยของเอ็นจนการซ่อมแซม ฟื้นฟูให้เอ็นกลับมาแข็งแรงอย่างเก่าเป็นไปแทบไม่ได้(Angiofiroblastic Degeneration)

   การรักษาโดยการให้ทานยาและ การฉีดยา Steroid   อย่างเดียวจึงไม่ใช่หนทางที่ถูกต้องในการซ่อมแซมเอ็นระยะยาว(การรักษาของ Bangkok advanced Clinic : Spine and Joint Center จะใช้การรักษาดังกล่าวเพียงระยะสั้นๆและสับสวิทซ์เป็นโหมดของการฝึกกล้ามเนื้อเฉพาะส่วน(Active Muscle Training Exercise System)ทันที

 

                          ทำไมการฉีด PRP จึงได้ผล และจำเป็น

                  

              การฉีด PRP ไปทำให้เกิดการรวบรวมและการกระตุ้นให้ขบวนการซ่อมแซมเกิดขึ้นโดยไปหยุดยั้งการเกิดความเสื่อมถอยของเนื้อเยื่อเอ็น(Stop Angioblastic  Degeneration Process) PRPช่วยดึงสภาพของเอ็นให้กลับมามีคุณสมบัติเหมือนเดิม

                 การฉีด PRP เพื่อซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่ฉีกขาดก็เช่นเดียวกัน PRP สามารถไปเร่งการซ่อมแซม  โดยการแทนที่ก้อนเลือดที่มาปกคลุมบริเวณที่กล้ามเนื้อฉีกขาด โดยมี Growth Factor ที่อยู่ใน PRPจะมีความเข้มข้นสูง จนสามาถเป็นตัวกระตุ้นขบวนการซ่อมแซมของกล้ามเนื้อให้เกิดขึ้น

                 ปัจจุบันนี้  นอกจากงานวิจัยใหม่ๆ ยังคงมีรายงานความคืบหน้า และ ความสำเร็จ ในการฉีด PRP เพื่อการรักษาโรคทางกระดูกและข้อ หลายๆโรคมากขึ้นเรื่อยเนื่องจากเป็นการรักษาที่แทบจะเรียกได้ว่า ไม่มีความเสี่ยงเหมือนการฉีดยาตัวอื่น เนื่องจาก PRP ก็คือส่วนหนึ่งของเลือดของผู้ป่วยเอง

 

 

                                        3 ขั้นตอนการฉีด PRP

 

1.ขั้นตอนการประเมิน Assessment of injury

นการตรวจครั้งแรก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะต้องมีการซักถามประวัติการบาดเจ็บ รวมทั้งโรคประจำตัว  ตลอดจนการตรวจร่างกายด้วยการหาตำแหน่งที่บาดเจ็บ หรือการตรวจด้วย ultracound X ray และ MRI  

และข้อสำคัญแพทย์จะมีการซักถามประวัติการรักษา ซึ่งถ้ามีการทานยาในกลุ่มแก้อักเสบ( non steroidal anti-inflammatory medications (NSAID's))เช่น  Brufen,Voltaren,Arcoxia ,Celebrex ,Synflex ,Nurofen,Mobic,reliflex,feldene ซึ่งไปรบกวนไขกระดูกในการผลิตPRP ที่มีคุณภาพ  แพทย์จะต้องให้ท่านหยุดยากลุ่มนี้ก่อน 10 วัน

 

                     



 

2.ขั้นตอนการเตรียมเลือด Blood collection

                   ใช้เลือดของท่านเอง จึงปลอดจากสารเคมีอื่นปนเปื้อน  เหมือนขั้นตอนการดูดเลือดเพื่อส่งเลือดไปตรวจ โดยการใช้ syring พิเศษดูดเลือดออกมาใช้  โดยสามารถดูดปริมาณสูงสุดถึง 20 ซีซี

            เลือดที่ดูดออกมา  และอยู่ใน Syring พิเศษนี้จะถูกปั่น ด้วยเครื่องปั่น   centrifuge วึ่งจะทำให้เลือดเกิดการแยกชั้น  ขั้นตอนนี้จะใช้เวลาประมาณ 15 นาที เราก็จะได้ PRPที่เป็น plasma สีเหลืองใสแยกชั้นออกมาอยู่ด้านบน   มากน้อยเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับความต้องการในการรักษา ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 2-8 ซีซี  

 

 

 

 

 

3.ขั้นตอนการฉีดPRP เข้าสู่ตำแหน่งที่มีการบาดเจ็บ The Injection

   ขั้นตอนนี้ ต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการฉีดครับ  เพื่อที่จะนำ PRP ไปสู่ตำแหน่งที่ต้องการให้มากที่สุด  ในบางครั้งการจะต้องใช้ Ultrasound เพื่อช่วยหาตำแหน่งในการฉีด